25/11/2552
posted on 26 Nov 2009 22:39 by phoenixnumber9วันนี้วันเงินเดือนออก ว่าจะใช้เป็นคำถามในการสนทนาช่วงเช้ากับเป้าหมายซะหน่อย ดันนั่งรอรถห่างกันอีก
จะเข้าประชิดเดี๋ยวพี่พี่เขาก็จะผิดสังเกตอีก เลยเว้นระยะห่างไว้ แล้วยิ้มส่งไป แต่ดูท่าจะไกลไปหน่อยมั้งเหมือนยิ้มเราจะตกอยู่แถวเท้าของเขา 555555
ชีวิตก็ปกติ ทำงานไปเรื่อยๆ หนักบ้างบางช่วงเพราะความสามารถเยอะ ทำงานได้ถึงสามแผนกทีเดียว เก่งโคตร
เจ้านายผู้ควบคุมทั้งสามงานจะคิดได้มั้ยหนอ ว่าเราเหนื่อยแค่ไหน ที่ชอบเจ้านายที่สุดคือ พอเลิกงานเป้ง เธอจะมาไล่ให้เรากลับบ้านได้แล้ว
ตอนเย็นเราขึ้นรถของบริษัทก่อนเป้าหมายตามปกติ ลึกๆก็หวังเหมือนทุกวันให้เขามานั่งกับเราด้วย แต่ก็ทำใจไว้แล้วหล่ะ เพราะตั้งแต่เขาเปลี่ยนรถใหม่เนี่ยะ นั่งได้น้อยลง
แล้วก็จริงๆด้วย มีป้าที่ไหนไม่รู้มานั่งข้างๆเรา เป้าหมายเดินขึ้นมากับเพื่อนชายคนเดิม คนที่เขาไปเดินเที่ยวด้วยกันที่เดอะมอลล์ พอคิดถึงแล้วก็เศร้า วันนั้นจำได้ว่าหงอยไปพักนึงเลย เพราะดูเหมือนเพื่อนคนนี้จะโผล่มาบ่อยช่วงนี้ ก้างชิ้นโตจริงๆ พับผ่าสิ
เขาก็มายืนข้างๆ คุยกันเรื่องไรไม่รู้ดิ เราก็เผลอหลับไป แต่ตื่นเป็นระยะ เพราะน้ำมูกเจ้ากรรมไหลลงมา ต้องคอยซับตลอดเลย
กำลังสลึมสะลือคิดว่าคนลงไปเยอะเขาคงไปนั่งกับหนุ่มแว่นนั่น แล้วถกเรื่องส่วนตัวกันต่อ ก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งข้างๆ หันไปอ้าว เป้าหมายนั่นเอง
"อ้าว" ผมร้องได้แค่นั้นแหละตอนนั้นตกใจนะ แต่ดีใจมากกว่า
"ไม่หลับเหรอครับวันนี้" เขาถามผมพลางยิ้มน้อยๆ
"ไม่อะคับ น้ำมูกมันไหลอ่ะ"
"เช้าๆวิ่งจ๊อกกิ้งในซอยสิครับ"
เขาคงหมายถึงว่าถ้าผมวิ่งบ่อยๆจะแข็งแรงและไม่เป็นหวัดง่ายๆเหมือนตอนนี้
"หมาเยอะมากเลยอะ"
"ก็ดีไงจะได้วิ่งได้" พูดเสร็จเขาก็หัวเราะ
"เดี๋ยวนี้ไม่เห็นอ่านหนังสือเลย"
"อ่อเทอมนี้มีเรียนสองตัวเองอะ เอาไว้ไปอ่านตอนใกล้สอบก็ได้
"เทอมที่แล้วมีกี่ตัวครับ"
"5" เขาตอบผมสั้นๆ ก็เลยคิดจะถามเขาต่อว่าได้เอหมดมั้ย แต่นึกได้ว่าเขาเคยบอกมาก่อนแล้วว่าได้ไม่หมด
"สบายเลยนะเทอมนี้ แต่ดูเหนื่อยๆ"
เขาก็ยิ้มๆ เราก็คุยเรื่องเหล้าเรื่อง วันหยุด ทำให้รู้ว่าเขาชอบทานเหล้ามากกว่าทานเบียร์เพราะรู้สึกว่ามันหวานกว่า แต่ในความคิดผมไม่อร่อยทั้งสองอย่าง แต่ผมพอทานเบียร์ได้ แล้วเหล้าที่เขาทานได้คือต้องไม่บาดคอ แน่นอนต้องเหล้ามีราคาหน่อย ส่วนวันหยุดผมอยู่บ้านว่างๆ ทำตัวน่าเบื่อเพราะเรียนจบปริญญาโทแล้ว ส่วนเขาก็ชอบออกนอกบ้าน ไปเที่ยวตลาดต้นไม้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เขาอยู่ได้ทั้งวัน เขาชอบไม้กระถางเพราะดูน่ารักดี แหมอนุรักษ์ธรรมชาติเหมือนผมเลยแต่คนละแนว ผมแนวมหภาค เขาแนวจุลภาค(งงละสิ) เขาเก็บเงินเป็นคนประหยัดใช่เล่น เก็บเงินเก่ง
"จะเก็บไปซื้อรถเหรอ" ผมแซวเขา แต่เขาบอกยังก่อน แสดงว่าคิดอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่ซื้อ เขาทำงานที่นี่มาได้ 4 ปี มีค่าอินเซนทีพอีกต่างหาก คงมีเงินเก็บหลายแสนแล้ว
"ดูทไวไลท์ยังครับ"
"ยังอ่ะ"
"ไม่ชอบเหรอ"
"ก็ดูภาคแรกแล้วนะ"
"อื้อ ภาคนี้ก็ประมาณภาคแรกแหละแต่พัฒนากว่าเพราะภาคแรกมันแนะนำ ภาคนี้ก็เติบโตขึ้น แต่พี่ก็ยังไม่ได้ดูนะ" ผมโกหกเพราะกะว่าจะลองชวนเขาไปดู(แย่มาก)
"เพื่อนๆพีเขาก็ไม่ดูกัน" ผมย้ำต่อ
"เหรอ"
"อื้อเขาไม่ชอบหนังแนวนี้กัน"
"ผมดูหนังเดือนละเรื่องครับ" ผมตกใจกับคำพูดของเขาเหมือนกัน อะไรจะประหยัดขนาดนั้น
"ทำไมอ่ะ"
"ก็ตั้งไว้ไม่งั้นก็ได้ดูทุกเรื่องเลยสิ ....ว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป" ก็ไม่อยากจะเถียงหรอกนะ เพราะน้องก็พูดถูก
"แต่วันนี้ 40 บาทเองนะ"
"งั้นไปดูกันมะ" หา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เขาชวนผมเหรอ อยากไป อยากไป อยากไป แต่ผมพูดไปว่า
"ไม่ดีกว่าอ่ะ" โง่มากจริงๆ อุตส่าห์จะได้มีเวลาศึกษากันและกันแบบส่วนตัว
"เดือนหน้าว่าจะไปดูอวตาร"
"เออ เรื่องนี้พี่ก็อยากดู"
เขายิ้มพลางพูด"ใช้มัยละ"
เราสนทนากันอีกสักพัก รถก็มาถึงเป้าหมาย เขาร่ำลาน้องคนนั้นแวบนึง แล้วเราก็เดินไปขึ้นรถเมล์กัน ผมรอจนส่งน้องขึ้นรถเมล์เสร็จก็ปฏิบัติภารกิจของตัวเองต่อ
จบวันอย่างสวยงามมากครับ